แชร์สิ่งนี้

มาทำความรู้จักเหล็กหล่อไปพร้อม ๆ กัน

Cast-Irons

เหล็กหล่อคืออะไร? และนำไปใช้งานอย่างไร เหมาะกับโครงสร้างแบบไหนของบ้าน หลาย ๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า เหล็กหล่อ คืออะไร ? เหมาะกับงานโครงสร้างประเภทไหนในบ้าน ตามมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลยครับ

Cast-Irons

เหล็กหล่อคืออะไร ?

เหล็กหล่อ คือ กลุ่มของเหล็กที่มีส่วนผสมของคาร์บอน ซึ่งมีปริมาณคาร์บอนมากกว่า 2 – 4 % โดยการนำเอาเหล็กดิบไปหลอมในเตาหลอมเพื่อขึ้นรูปด้วยความร้อนสูงจนเหล็กละลาย แล้วเทน้ำเหล็กที่ได้จากการหลอมลงบนตัวแบบ หรือแม่พิมพ์ เมื่อรอให้น้ำเหล็กเย็นลง ก็จะจับตัวตามลักษณะและรูปร่างของตัวแบบหล่อนั้น ๆ

เหล็กหล่อแบ่งออกเป็นหลายประเภท

1. เหล็กหล่อสีเทา (Gray Cast Iron) คือ การนำเอาเหล็กดิบ เศษเหล็ก ถ่าน และหินปูนำมาหลอมรวมกัน ซึ่งมีปริมาณคาร์บอน 3 – 3.5% รวมไปถึงธาตุอื่น ๆ เช่น ฟอสฟอรัส กำมะถัน แมงกานีส ซิลิคอน เหล็กหล่อสีเทาจะมีความแข็งไม่มาก เหมาะกับงานประเภทแท่นกลึง ท่อขนาดใหญ่ เสื้อสูบเครื่องยนต์ แท่นสำหรับเจียระไน เป็นต้น

2. เหล็กหล่อขาว (White Cast Iron) คือ เนื้อเหล็กที่มีเม็ดเกรนออกสีขาว ซึ่งมีปริมาณของคาร์บอนเพียง 1.7% ซึ่งจะน้อยกว่าเหล็กหล่อสีเทา คุณสมบัติของเหล็กหล่อสีขาวจะมีความแข็ง แต่จะแตกง่าย เหมาะงานประเภทชิ้นส่วนเครื่องจักร อุปกรณ์ในงานอุตสาหกรรม สะพานเครื่องกลึง เป็นต้น

3. เหล็กหล่อเหนียว หรือเหล็กหล่ออบเหนียว (Malleable Cast Iron) คือ การนำเอาเหล็กหล่อขาวมาผ่านกรรมวิธี ด้วยการอบความร้อนที่อุณหภูมิ 815 - 1,150 องศา และควบคุมการเย็นตัวด้วยเตาสุญญากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศจากภายนอกเข้าไปในเตา โดยจะใช้เวลาอบความร้อน ประมาณ 3 - 4 วัน เหล็กหล่อเหนียวมีคุณสมบัติเหนียวกว่าเหล็กหล่อสีเทาและเหล็กหล่อขาว ยืดตัวได้มากขึ้น และทนต่อแรงกระแทกได้ดี ในปัจจุบันไม่ค่อยนิยมนำมาใช้งาน เนื่องจากต้องใช้พลังงาน และเวลาในการอบค่อนข้างนาน

4. เหล็กหล่อกราไฟต์กลม (Spheroidal Graphite Cast Iron) คือ การนำแมกนีเซียมและนิกเกิล ไปหลอมรวมกันในน้ำเหล็ก กับเหล็กหล่อสีเทา และเทลงไปในแบบหล่อ ซึ่งมีปริมาณคาร์บอนอยู่ที่ 3 – 3.5% รวมถึงมีส่วนผสมของธาตุนิกเกิลและแมกนีเซียม จะทำให้เกิดกราไฟต์ที่มาจากคาร์บอนบริสุทธิ์ มีลักษณะเป็นวงกลม ซึ่งคุณสมบัติของเหล็กหล่อกราไฟต์กลม จะมีความเหนียว และรับแรงกระแทกได้ดีกว่าเหล็กหล่อสีเทา

5. เหล็กหล่อ CGI (Compacted graphite) คือ เหล็กที่มีส่วนผสมของธาตุนิกเกิลและแมกนีเซียม เช่นเดียวกับ เหล็กหล่อกราไฟต์กลม แต่เนื้อเม็ดเกรนที่ได้จะแตกต่างกัน มีลักษณะคดยาว คล้ายกับรูปตัวหนอน ซึ่งมีปริมาณคาร์บอน 4.2% มีคุณสมบัติต้านทานแรงดึง เหมือนกับเหล็กหล่อกราไฟต์กลม แต่มีความเหนียวน้อยกว่า เหมาะกับงานประเภทล้อ เฟือง ดรัมเบรก เป็นต้น

6. เหล็กหล่อผสมพิเศษ (Alloy and Special Cast Iron) คือ เหล็กหล่อที่ทำขึ้นมาเพื่อใช้เฉพาะทาง โดยขึ้นอยู่กับแร่ธาตุ และสารโลหะที่ผสมลงไปในเนื้อเหล็กหล่อ เพื่อให้ทนต่อความร้อน แรงเสียดสี รวมไปถึงการกัดกร่อน โดยแบ่งออกตามลักษณะงานที่ใช้ ดังนี้

  • 6.1 เหล็กหล่อผสมทนต่อความร้อน (Heat Resistance Cast Iron) มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนต่ออุณหภูมิความร้อนได้ดี ไม่เแตกหัก หรือเปลี่ยนแปลงรูปทรงง่าย คงสภาพได้ดี ไม่เกิดการพองตัว
  • 6.2 เหล็กหล่อผสมทนการเสียดสี (Alloy and Special Cast Iron) มีคุณสมบัติแข็งแรง มีส่วนผสมของโครเมียม นิกเกิล และโมลิบดีนัม
  • 6.3 เหล็กหล่อผสมทนต่อการกัดกร่อน (Corrosion Resistant Iron) มีคุณสมบัติที่ทนต่อการกัดกร่อน หรือทนต่อการกัดกร่อน มีส่วนผสมนิกเกิลและผสมซิลิคอน เหมาะกับงานวิศวกรรมใต้ทะเล อุตสาหกรรมเคมี ท่อส่ง และท่อบรรจุสารละลายต่าง ๆ

ติดตามเนื้อหา บทความ สาระดี ๆ และข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Dohome นะครับ

เปรียบเทียบสินค้า 0